วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

Record 6 Friday 25 September 2020



บันทึกครั้งที่ 6
วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2563เวลา 08:30-12.30 น.

เนื้อหา
 อาจารย์ให้จับคู่สร้างของเล่นวิทยาศาสตร์ จากสิ่งของเหลือใช้


แก้วส่งเสียง

                                           

อุปกรณ์

1.แก้วกระดาษ
2.หลอดพลาสติก
3.ไม้จิ้มฟัน
4.น้ำเปล่า
5.สี
6.กาว
7.กรรไกร.      

ขั้นตอนการทำ

1.เจาะรูที่ก้นแก้วให้มีขนาดพอดีที่สามารถเสียบหลอดได้
2.ใช้ไม้จิ้มฟันเจาะยึดเพียงด้านเดียวให้เป็นแนวขวาง
3.นำหลอดที่ยึดด้วยไม้จิ้มฟัน ไปเสียบรูที่เจาะไว้ที่ก้นแก้ว
4.ดึงหลอดจากฝั่งก้นแก้ว
5.ดึงหลอดให้สุด จนหลอดฝั่งไม้จิ้มฟันติดก้นแก้ว
6.ได้แก้วส่งเสียง

วิธีการเล่น
ใช้นิ้วจุ่มน้ำเพียงเล็กน้อย แล้วรูดไปที่หลอดเป็นแนวยาว แก้วจะส่งเสียงออกมา

สาเหตุที่แก้วส่งเสียงได้

เพราะว่าเมื่อเรารูดนิ้วไปที่หลอดโดยใช้นิ้วเป็นตัวช่วยถ้าเราไม่ใช้น้ำก็จะเกิดเสียงเพียงเล็กน้อยหรือไม่เกิดแต่เมื่อเราใช้น้ำช่วยจะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่หลอดได้ดีตลอดเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นจึงทำให้เกิดคลื่นเสียงโดยมีแก้วที่มีช่องว่างตรงกลางทำให้ขยายเสียงให้ดังกล้องมากขึ้นเมื่อเกิดคลื่นเสียงไปกระทบที่ผนังแก้วแล้วสั่นสะเทือนกลับมากับไปทำให้เสียงมันอยู่นานขึ้นอีกด้วย

คลิป


คำศัพท์

Glass          = แก้ว
water          = น้ำ
Tube           = หลอด
Toothpick    = ไม้จิ้มฟัน
Sxissors      = กรรไกร

ประเมิน

ประเมินตนเอง     - ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ช่วยเพื่อนคิดว่าจะทำอะไรออกแบบยังไงให้ผลงานออกมาดี
ประเมินเพื่อน      - เพื่อนตั้งใจทำงานกลุ่มช่วยเหลือกัน แบ่งหน้าที่กันทำ
ประเมินอาจารย์   - อาจารย์ให้นักศึกษาทำงานและแนำนำเพิ่มเติม






วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563

Record 5 Friday 18 September 2020


บันทึกครั้งที่5
วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน 2563 เวลา 08:30-12.30 น.

เนื้อหา
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นทักษะที่ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยสามารถคิดหาเหตุผลอย่างหาความรู้สามารถแก้ปัญหาได้ตามวัยของเด็กควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเองจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว
Scientific process skills are skills that encourage early childhood to think, reason, learn, and solve problems according to the child's age.

1.ความหมายทักษะการสังเกต
ทักษะการสังเกต หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้นและผิวกายเข้าไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุหรือเหตุการณ์โดยมีจุดประสงค์ที่จะหาข้อมูลซึ่งเป็นรายละเอียดของสิ่งนั้น 
1.การสังเกตรูปร่างลักษณะและคุณสมบัติทั่วไป
2.การสังเกตควบคู่กับการวัดเพื่อทราบปริมาณ 
3.การสังเกตเพื่อรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง

2.ความหมายทักษะการจำแนกประเภท
ทักษะการจำแนกประเภท หมายถึงความสามารถในการแบ่งประเภทสิ่งของโดยหาเกณฑ์ 
1.ความเหมือน (Similarities)
2.ความแตกต่าง (Differences)
3.ความสัมพันธ์ร่วม (Interrelationships)

3.ความหมายทักษะการวัด
ทักษะการวัด หมายถึง การใช้เครื่องมือต่างๆวัดหาปริมาณของสิ่งที่ต้องการทราบได้อย่างถูกต้องโดยมีหน่วยการวัดกำกับ

4.ความหมายทักษะการสื่อความหมาย
ทักษะการสื่อความหมาย หมายถึง การพูด การเขียน รูปภาพ และภาษาท่าทาง การแสดงสีหน้า ความสามารถรับข้อมูลได้อย่างถูกต้องและชัดเจน
1.บรรยายลักษณะคุณสมบัติของวัตถุ 2.บันทึกการเปลี่ยนแปลงของวัตถุได้ 3.บอกความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ได้จัดการทำ 
4.จัดกระทำข้อมูลในรูปแบบต่างๆ

5.ความหมายทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล หมายถึง การเพิ่มเติมความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่มีอยู่อย่างมีเหตุผลโดยอาศัยความรู้หรือประสบการณ์ 
1.ลงข้อสรุปเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ 
2.ลงข้อสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ 
3.การสังเกตเพื่อรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง

6.ความหมายทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา
ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา หมายถึง การรู้จักเรียนรู้ 1 มิติ 2 มิติ 3 มิติการเขียนภาพ 2 มิติแทนรูป 3 มิติการบอกทิศทางการบอกเงาที่เกิดจากภาพ 3 มิติการเห็นและเข้าใจภาพที่เกิดบนกระจกเงาการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลาสำหรับเด็กปฐมวัย
1.ชี้บ่งภาพ 2 มิติและ 3 มิติ 
2.บอกความสัมพันธ์ระหว่างทิศทางของวัตถุ 
3.บอกตำแหน่งหรือทิศทางของวัตถุ 4.ตำแหน่งซ้ายหรือขวาของภาพที่เกิดจากการวางวัตถุไว้หน้ากระจกเงา

7.ความหมายทักษะการคำนวณ
ทักษะการคํานวณ หมายถึง ความสามารถในการนับจำนวนของวัตถุการบวก ลบ คูณ หาร การนับจำนวนของวัตถุการนำจำนวนตัวเลขหากำหนดบอกลักษณะต่างๆเช่นความกล้าความกว้างความยาวความสูงพื้นที่ปริมาณน้ำหนัก 1.การนับจำนวนของวัตถุ
2.การบวก ลบ คูณ หาร 
3.การนับจำนวนตัวเลขมากำหนดหรือบอกลักษณะต่างๆของวัตถุ


จับกลุ่ม 5 คน เพื่อทดลองหน่วยที่จะสอนเด็ก 
โดยมีวัตถุประสงค์ สาระที่ควรรู้ การได้รับประสบการณ์สำคัญและการจัดกิจกรรม


หน่วย พลังงานน่ารู้

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ

1.Electric power        พลังงานไฟฟ้า
2.The sun                  ดวงอาทิตย์
3.Nature                    ธรรมชาติ
4.Edit                         แก้ไข
5.Classifying              การจำแนก

ประเมิน

ประเมินตนเอง   : ตั้งใจฟังที่อาจารย์อธิบายและช่วยตอบคำถามกับเพื่อน ๆ 

                          ช่วยเพื่อนคิดและลงมือเขียนตกแต่งงาน

ประเมินเพื่อน     : ตั้งใจฟังและทำงานที่ได้รับมอบหมาย

ระเมินอาจารย์ : อาจารย์อธิบายและสอนให้นักศึกษาเข้าใจได้ง่าย 












วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2563

Record 4 Friday 28 August 2020

 



บันทึกครั้งที่ 4
วันศุกร์ ที่ 28 สิงหาคม 2563 เวลา 08:30-12.30 น.


การทดลอง เชือกไตร่น้ำ

เนื้อหา
         เป็นการนำเสอนการทดลองให้กับเพื่อนๆดูทีละคน การทดลองมีหลากหลายวิธี แต่การทดลองก็จะมีวิธีการขั้นตอนในการทำ
             1.ต้องแนะนำอุปกรณ์สำหรับการทดลองให้กับเด็กๆ เพื่อที่เด็กจะได้รู้จัก
             2.การแนะนำอุปกรณ์ต้องแนะนำที่ละอย่าง ละวางจากซ้ายไปขวาของเด็ก เนื่องจากเป็นการลงที่ถูกต้องเพราะว่า เราอ่านหนังสือจากซ้ายไปขวา
            3.เริ่มสาธิตการทดลองให้เด็กดู อาจจะให้เด็กมีส่วนร่วมในการทำด้วย
            4.ต้องมีตั้งสมมุติฐานให้กับเด็ก เพื่อที่จะให้เด็กได้รู้จักการสังเกตการเปลี่ยนแปลงไหม
            5.พอทำการทดลองเสร็จจะต้องถามว่า ตรงกับที่เด็กคิดไหมและถ้าตรงหรือไม่ตรง ก็ให้เด็กๆลองคิดว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เด็กๆก็จะมีส่วนร่วมในการตอบและคิด
            6.สรุปให้กับเด็กฟังว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และตรงกับสมมุติฐานไหม

    👉การที่เราจะจัดการเรียนรู้ให้กับเด็กจะต้องจัดสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการเรียนรู้ให้เก็บเด็กด้วย
            ถ้าเด็กๆนั่งครึ่งวงกลม ครูไม่ควรที่จะอยู่กลางวง ครูควรอยู่บนเด้กเพื่อที่เด็กคนแรกจะได้มองเห็น

การทดลองเชือกไตร่น้ำ

อุปกรณ์
- บีกเกอร์
- เชือก
- แก้ว 2 ใบ 
- น้ำ
- สีผสมอาหาร
- สก็อตเทป

วิธีการทดลองเชือกไตร่น้ำ

1)นำสีผสมอาหารใส่บีกเกอร์และใส่นำลงไป
2)นำแก้วทั้ง 2 ใบเอาเชือกติดในแก้วแล้วติดสก็อตเทป
3)นำน้ำใส่แก้วอีกใบนึง พร้อมยกแก้วขึ้นให้เชือกตึงแล้วค่อย ๆ เทน้ำ น้ำมันจะไตร่เชือกลงมาสู่แก้วอีกใบนึง

สรุป
การที่น้ำไตร่เชือกได้นั้น เป็นเพราะมันเกิดแรงตึงผิว ซึ่งเกิดจากแรงดึงดูดของโมเลกุลของผิวสัมผัส ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ 
- Adhesive Forces (แรงยึดติด) คือแรงดึงดูดของโมเลกุลชนิดที่แตกต่างกัน เช่น เชือก + น้ำ ทำให้การเทน้ำออกมาทำให้น้ำไหลไตรเชือกลงมา แล้วโมเลกุลมันก็เกาะติดกันมา
- Cohesive Forces(แรงเชื่อมแน่น) แปลง่าย ๆ คือแรงดึงดูดของโมเลกุลชนิดเดียวกัน เช่น น้ำ + น้ำ มันเป็นโมเลกุลชนิดเดียวกัน 

          
คำศัพท์
            1.Adhesive Forces    แรงยึดติด
            2. Density                 ความหนาแน่
            3.Cohesive Forces    แรงเชื่อมแน่น
            4. Demonstration      สาธิต
            5. Serface Tension    แรงตึงผิว

ประเมิน
           ประเมินตนเอง ออกไปสาธิตวิธีการทดลองให้เพื่อนดูและตั้งใจดูเพื่อนสาธิตการทดลอง
           ประเมินเพื่อน ตั้งใจอธิบายในสิ่งที่ตนเองกับลังสาธิตการทดลอง
           ประเมินอาจารย์ อธิบายเพิ่มเติม และคอมเม้นให้เพื่อนๆที่ออกไปสาธิต



วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2563

Record 3 Friday 21 August 2020

 


บันทึกครั้งที่3
วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม 2563 เวลา 08:30-12.30 น.


 เพียเจต์ได้แบ่งลำดับขั้นพัฒนาการทางสติปัญญาไว้ ขั้นดังนี้

                1. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensorimotor Stage) 
แรกเกิด - ปี ขั้นนี้เป็นขั้นของการเรียนรู้จากประสาทสัมผัส ในขั้นนี้พัฒนาการจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาการเรียนรู้ การแก้ปัญหา มีการจัดระเบียบการกระทำ มีการคิดก่อนที่จะทำ การกระทำจะทำอย่างมีจุดมุ่งหมายด้วยความอยากรู้อยากเห็น และเด็กยังสามารถเลียนแบบ โดยไม่จำเป็นต้องมีตัวแบบให้เห็นในขณะนั้นได้ ซึ่งแสดงถึงพัฒนาการด้านความจำที่เพิ่มมากขึ้นในช่วง 18-24 เดือน

                 2. ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage)    
ขั้นนี้จะอยู่ในช่วง 2-7 ปี ในระยะ 2-4 ปี เด็กยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง มีขีดจำกัดในการรับรู้ สามารถเข้าใจได้เพียงมิติเดียว 5-6 ปี เด็กจะย่างเข้าสู่ขั้น Intuitive Thought ระยะนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการคิด ที่ขึ้นอยู่กับการรับรู้กับการคิดอย่างมีเหตุผลตามความจริง 

                  3. ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยรูปธรรม (Concrete Operational Stage)  
7-11 ปี เด็กจะมีความสามารถคิดเหตุผลและผลที่เกี่ยวข้องกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ยึดอยู่เฉพาะการรับรู้เหมือนขั้นก่อน ๆ ในขั้นนี้เด็กจะสามารถคิดย้อนกลับ (Reversibility) สามารถเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์ (Conservation) สามารถจัดกลุ่มหรือประเภทของสิ่งของ (Classification) และสามารถจัดเรียงลำดับของสิ่งต่าง ๆ (Seriation) 

                 4. ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage) 
ตั้งแต่อายุ 11 ปี เป็นช่วงที่เด็กจะสามารถคิดไม่เพียงแต่ในสิ่งที่เห็นหรือได้ยินโดยตรงเหมือนระยะก่อน ๆ อีกต่อไป แต่จะสามารถจินตนาการเงื่อนไขของปัญหาในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยพัฒนาสมมติฐานอย่างสมเหตุสมผลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งก็หมายถึงว่า ในระยะนี้เด็กจะมีความสามารถคิดหาเหตุผลเหมือนผู้ใหญ่นั่นเอง 

    นิยามของการเล่น
      
               เล่นคือการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ลงมือกระทำผ่านวัตถุเพื่อลงเลือกเเละตัดสิ้นใจอย่างมีความสุข
การเล่นเป็นวิธีการเรียนรู้ เป็นวิธีการที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้

การสังเกต/การชักถาม/เป็นวิธีการ

ครูจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กปฐมวัยต้องคำนึงถึงหลักการ 
  • เรื่องที่เด็กสนใจ
  • เรื่องที่เป็นสิ่งใกล้ตัวเด็ก
  • สถานการณ์ที่มีผลกระทบกับเด็ก 
  • พัฒนาการของเด็ก
การจัดการสอนให้กับเด็กมี 4 สาระสำคัญ
  •  เกี่ยวกับตัวเด็ก
  •  บุคคลและสถานที่
  •  ธรรมชาติรอบนตัว
  •  สิ่งแวดล้อม

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ

1.Concrete        รูปธรรม
2.Method.         วิธีการ
3.Planetarium   ท้องฟ้าจำลอง
4.Group            กลุ่ม
5.Principle.       หลักการ

ประเมิน

ประเมินตนเอง   : ตั้งใจฟังที่อาจารย์อธิบายและช่วยตอบคำถามกับเพื่อน ๆ

ประเมินเพื่อน     : ตั้งใจฟังและตอบคำถามอาจารย์เมื่ออาจารย์ถาม

ระเมินอาจารย์ : อาจารย์ได้พูดเกี่ยวกับทฤษฎีและพัฒนา ให้นักศึกษาเข้าใจได้ง่าย ๆ





วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563

Record 2 Friday 14 August 2020




บันทึกครั้งที่ 2
วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม 2563 เวลา 08:30-12.30 น.


                 วันนี้อาจารย์ให้แบ่งกลุ่มทำงานในหัวข้อ วิทยาศาสตร์ เด็ก และ การจัดประสบการณ์ ว่านึกถึงอะไรบ้าง 

เด็ก

  พัฒนาการ  --> เด็กมีการเปลี่ยนแปลง เด็กต้องมีพัฒนาการทั้ง4ด้าน

  การเลี้ยงดู -->เพราะเด็กแต่ละคนต้องการเลี้ยงดูจากผู้ปกครองเพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน

  สื่อ            -->ป็นตัวช่วยและเป็นตัวกลางที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้สิ่งต่างๆผ่านสื่อได้ง่ายมากขึ้น

  การเล่น    --> คือการที่เด็กได้เรียนรู้กิจกรรมต่างๆผ่านการเล่น

วิทยาศาสตร์ 

  การทดลอง --> ทำให้เราได้หาคำตอบในสิ่งที่ต้องการจะรู้ผ่านการทดลอง

  สิ่งรอบตัว  -->เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวเราและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

  การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ --> เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและไม่สามารถควบคุมได้

  ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นจริง --> ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีคนสร้างขึ้นแต่เกิดขึ้นจริงและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

การจัดประสบการณ์

  แผนการจัดประสบการณ์ --> ช่วยทำให้ผู้สอนสามารถจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  การเล่น --> คือการที่เด็กได้เรียนรู้กิจกรรมต่าง ๆ ผ่านการเล่น

  สื่อ --> เป็นตัวช่วยและเป็นตัวกลางที่ทำให้เด็กเิกการเรียนรู้และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ผ่านสื่อได้ง่ายมากขึ้น




การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย 

        กิจกรรมวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่จัดประสบการณ์โดยให้เด็กเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติจริงและผู้ปกครองสามารถนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก วิทยาศาสตร์เน้นให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ให้เด็กเป็นคนช่างคิด ช่างสังเกตุ ในสิ่งต่าง ๆ ที่สนใจ ฝึกให้เด็กสามารถอธิบายและหาข้อสรุปในการทดลองต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเด็กเอง

คำศัพท์

The media   = สื่อ
The point    = ประเด็น
study          = เรียน
Observe      = สังเกต
Practice       = ปฏิบัติ

ประเมิน

ประเมินตนเอง     - ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างดี
ประเมินเพื่อน      - เพื่อนตั้งใจทำงานกลุ่มช่วยเหลือกัน แบ่งหน้าที่กันทำ
ประเมินอาจารย์   - อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมอย่างละเอียดทำให้นักศึกษาสามารถคิดตามได้อย่างเห็นภาพ


 
                                                            
            





วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563

RESEARCH


สรุปวิจัย 

 ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่มีต่อ
ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

มหาปริญญานิพนธ์ : สำรวย สุขชัย 

เสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยตุลาคม 2554 

อ้างอิง: thesis.swu.ac.th

ความสำคัญดังกล่าว 

          ผู้วิจัยในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษาให้กับเด็กปฐมวัยจึงเกิดความสนใจในการน้อมนำเอาหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยและเป็นพื้นฐานของการดำเนินวิถีชีวิตต่อไป

ความมุ่งหมายของการวิจัย 

1. เพื่อศึกษาระดับทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยรวมและจำแนกรายทักษะก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 

2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยรวมและจำแนกรายทักษะก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

3. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยจำแนกรายทักษะวิทยา

ความสำคัญของการวิจัย

           ผลของการวิจัยในครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาปฐมวัย ได้แก่ พ่อแม่ผู้ปกครองและครูนำไปเป็นแนวทางในการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยและการจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อปลูกฝังการใช้ทรัพยากรได้อย่างเพียงพอตามวิถีชีวิตและความเหมาะสมตามวัยโร่

ขอบเขตของการวิจัย

            การวิจัยครั้งนี้เป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อมุ่งให้เด็กได้รับการฝึกฝนและพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ทักษะการจำแนกประเภททักษะการสื่อความหมายและทักษะการลงความเห็นโดยจัดการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนเรื่องร่างกายของฉันธรรมชาติให้สีสันผักและขยะที่สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจของเด็กภายใต้กรอบแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วยความพอประมาณความมีเหตุผลการสร้างภูมิคุ้มกันเงื่อนไขความรู้และเงื่อนไขคุณธรรม

นิยามศัพท์เฉพาะ 

1. เด็กปฐมวัย หมายถึงเด็กปฐมวัยชาย-หญิงอายุระหว่าง 5-6 ปีที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 ของโรงเรียนวัดยางสุทธารามแขวงบ้านช่างหล่อเขตบางกอกน้อยสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร 

2. ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย หมายถึง พฤติกรรมที่เด็กแสดงออกถึงการเรียนรู้ที่ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าเพื่อค้นหาคำตอบเรื่องใดเรื่องหนึ่งทดสอบได้ตัวยแบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 ทักษะคือ 

       2.1 ทักษะการจำแนกประเภทหมายถึงความสามารถในการจัดแบ่งสิ่งของออกเป็นรูปร่างสีรสโดยใช้เกณฑ์ความเหมือนและความต่างของวัตถุตามที่ตนเองหรือคนอื่นเป็นผู้กำหนด 

       2.2 ทักษะการสื่อความหมายหมายถึงความสามารถในการนำเสนอข้อมูลที่ได้จากการค้นพบจากการปฏิบัติจริงด้วยการสังเกตสำรวจทตลองหรือจากแหล่งข้อมูลต่างๆโดยนำมาถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยการบอกเล่าอธิบายหรือการบันทึก 

       2.3 ทักษะการลงความเห็นหมายถึงความสามารถในการสรุปผลข้อมูลที่ได้จากการค้นพบหรือได้จากประสบการณ์ตรงที่เกิดจากการเรียนรู้หรืออธิบายได้ถึงคุณค่าและประโยชน์ของสิ่งนั้นอย่างมีเหตุมีผล

            ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยทั้ง 3 ทักษะ คือ ทักษะการจําแนกประเภททักษะการสื่อความหมายและทักษะการลงความเห็นสามารถนำมาทดสอบได้ด้วยแบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 

3. การจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเด็กปฐมวัย หมายถึง การจัดประสบการณ์ในการเรียนรู้ด้วยเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและความสนใจของเด็กภายใต้กรอบแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเองและมีวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายเช่นการสำรวจสังเกตทดลองสาธิตการเรียนรู้กับบุคคลอื่น ๆ ที่อยู่ในชุมชนการฝึกฝนการบันทึกการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กซึ่งมีขั้นตอนดังนี้คือ 

3.1 ขั้นนํา เป็นการเตรียมเด็กให้พร้อมก่อนเข้าสู่กิจกรรมโดยใช้คำคล้องจองเพลงการพูดคุยสนทนาให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่เรียนรู้ 

3.2 ขั้นสอน เป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อฝึกฝนทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ 3 ทักษะตามที่วางแผนในสาระการเรียนรู้ 4 หน่วยโดยการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติทั้งในและนอกสถานที่ด้วยการสังเกตทดลองสำรวจทัศนศึกษาการสนทนาซักถามและแสดงความคิดเห็นอภิปรายในเรื่องที่สนใจภายใต้การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยกรอบแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งประกอบด้วย

      3.2.1 ความพอประมาณหมายถึงการจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กรู้จักการปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นมีมารยาทในการพูดการแสดงออกตามความเหมาะสมของสถานการณ์และสามารถนำสิ่งของอุปกรณ์ที่มีภายในบ้านโรงเรียนรวมทั้งจากชุมชนนำกลับมาใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้ร่วมกัน 

      3.2.2 ความมีเหตุผลหมายถึงการกระตุ้นให้เด็กฝึกฝนทักษะการคิดและนำมาอธิบายด้วยความเป็นเหตุและผลในสิ่งที่ค้นพบจากการลงมือปฏิบัติและการแสวงหาความรู้เกิดความตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของตนเองและผู้อื่นมีความรอบคอบในการตัดสินใจเลือกนำมาปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม 

      3.2.3 การสร้างภูมิคุ้มกันหมายถึงการเตรียมวางแผนในการจัดกิจกรรมที่คำนึงถึงความพร้อมโดยไม่ประมาทและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงจากความเสี่ยงและการปฏิบัติตนที่เกี่ยวกับการป้องกันดูแลตนเองไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนหรือเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม 

      3.2.4 เงื่อนไขความรู้หมายถึงการฝึกฝนตนเองของครูในการแสวงหาความรู้เพื่อให้สามารถนำมาถ่ายทอดในการจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับเด็กตามความเหมาะสมของวัยด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ได้แก่ การสำรวจทดลองการบันทึกและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่นเพื่อพัฒนาทักษะให้กับเด็กได้ตามวัย 

      3.2.5 เงื่อนไขคุณธรรมหมายถึงพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการรู้จักช่วยเหลือถึงปันให้กับผู้อื่นมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองโดยไม่นำสิ่งของที่เป็นของผู้อื่นมาเป็นของตนรู้จักเลือกปฏิบัติในสิ่งที่ดีและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนมีความอดทนและเพียรพยายามในการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายใต้กรอบแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนำมาจัดกิจกรรมในชั้นการสอนจึงเป็นการหลอมรวมทั้ง 3 หลักการ 2 เงื่อนไขร่วมกับการดำเนินกิจกรรมที่ให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงทั้งในและนอกสถานที่ด้วยการสำรวจทดลองการตั้งประเด็นคำถามและนำมาพูดคุยสนทนาร่วมกันเพื่อฝึกฝนทักษะการจำแนกประเภททักษะการสื่อความหมายและทักษะการลงความเห็น 3.3 ขั้นสรุปเป็นการสนทนาร่วมกันระหว่างเด็กและครหลังจากที่ทำกิจกรรมจบลงโดยให้เด็กสรปเป็นแนวคิดในเรื่องที่เรียนรู้ด้วยตนเองหรือสรปเป็นกลุ่มร่วมกันทั้งนั้นและครูได้อธิบายข้อมูลเพิ่มเติม

คู่มือแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเด็กปฐมวัย

หลักการและเหตุผล

            การจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการขับเคลื่อนการเรียนรู้ภายใต้กรอบแนวคิด 3 หลักการ 2 เงื่อนไขประกอบด้วยความพอประมาณความมีเหตุผลการสร้างภูมิคุ้มกันการมีเงื่อนไขความรู้และเงื่อนไขคุณธรรมนำมาจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆที่หลากหลายส่งเสริมการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าและการลงมือทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยในการวิจัยนี้ได้นำมาส่งเสริม 3 ทักษะคือ การจำแนกประเภททักษะการสื่อความหมายและทักษะการลงความเห็นเพื่อนำมาหล่อหลอมให้เด็กมีคุณลักษณะพื้นฐานของการมีเหตุและผลมีความรับผิดชอบรู้จักการแสวงหาความรู้เพื่อนำมาปรับใช้ให้สัมพันธ์กับการดำรงชีวิตเช่นการนำสิ่งของและอุปกรณ์ภายในบ้านมาใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้รู้จักการช่วยเหลือตนเองและแบ่งปันสิ่งของให้กับผู้อื่นและปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ในการวิจัยครั้งนี้ได้กำหนดสาระการเรียนรู้ที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ 4 หน่วยดังต่อไปนี้

        หน่วยที่ 1 ร่างกายของฉันประกอบด้วยเรื่องความสำคัญของอวัยวะหนูน้อยพิทักษ์ความสะอาดอาหารป่ารุงกายกายสดใสแข็งแรงเด็กดีวาจาไพเราะและเด็กดีทำได้

         หน่วยที่ 2 ธรรมชาติให้สีสันประกอบด้วยเรื่องสีในธรรมชาติพืชสมุนไพรสีของสมุนไพรน้ำสมุนไพรสมุนไพรในอาหารและพอเพียงผ่านก้อนดิน

         หน่วยที่ 3 ผักประกอบด้วยเรื่องผักนานาชนิดผักสวนครัวผักโครงการหลวงปลูกถั่วงอกผักแปรรูปและเก็บผักกันเถอะ

          หน่วยที่ 4 ขยะประกอบด้วยเรื่องที่มาของขยะประเภทของขยะโทษของขยะขยะแปลงกายผลิตภัณฑ์จากขยะและขยะสร้างค่า

        การจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย 

       1. ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหมายถึงพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกถึงการเรียนรู้ที่ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าเพื่อค้นหาคำตอบเรื่องใดเรื่องหนึ่งทดสอบได้ด้วยแบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 ทักษะคือ

        1.1 ทักษะการจำแนกประเภทหมายถึงความสามารถในการจัดแบ่งสิ่งของออกเป็นหมวดหมู่ตามขนาดรูปร่างสีรสโดยใช้เกณฑ์ความเหมือนและความต่างของวัตถุตามที่ตนเองหรือคนอื่นเป็นผู้กำหนด

         1.2 ทักษะการสื่อความหมายหมายถึงความสามารถในการนำเสนอข้อมูลที่ได้จากการค้นพบจากการปฏิบัติจริงด้วยการสังเกตสำรวจทดลองหรือจากแหล่งข้อมูลต่างๆโดยนำมาถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยการบอกเล่าอธิบายหรือการบันทึก

          1.3 ทักษะการลงความเห็นหมายถึงความสามารถในการสรุปผลข้อมูลที่ได้จากการค้นพบหรือได้จากประสบการณ์ตรงที่เกิดจากการเรียนรู้หรืออธิบายได้ถึงคุณค่าและประโยชน์ของสิ่งนั้นอย่างมีเหตุผล

         2. การจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเด็กปฐมวัยหมายถึงการจัดประสบการณ์ในการเรียนรู้ด้วยเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและความสนใจของเด็กภายใต้กรอบแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเองและมีวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายเช่นการสำรวจสังเกตทดลองสาธิตการเรียนรู้กับบุคคลอื่น ๆ ที่อยู่ในชุมชนการฝึกฝนการบันทึกการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กซึ่งมีขั้นตอนดังนี้คือ

        2.1 ขั้นนำเป็นการเตรียมเด็กให้พร้อมก่อนเข้าสู่กิจกรรมโดยใช้คำคล้องจองเพลงการพูดคุยสนทนาให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่เรียนรู้ 

        2.2 ขั้นสอน เป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อฝึกฝนทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ 3 ทักษะตามที่วางแผนในสาระการเรียนรู้ 4 หน่วยโดยการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติทั้งในและนอกสถานที่ด้วยการสังเกตทดลองสำรวจทัศนศึกษาการสนทนาชักถามและแสดงความคิดเห็นอภิปรายในเรื่องที่สนใจภายใต้การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยกรอบ แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งประกอบด้วย          

         2.2.1 ความพอประมาณหมายถึงการจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กรู้จักการปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นมีมารยาทในการพูดการแสดงออกตามความเหมาะสมของสถานการณ์และสามารถนำสิ่งของอุปกรณ์ที่มีภายในบ้านโรงเรียนรวมทั้งจากชุมชนนำกลับมาใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้ร่วมกัน

         2.2.2 ความมีเหตุผลหมายถึงการกระตุ้นให้เด็กฝึกฝนทักษะการคิดและนำมาอธิบายด้วยความเป็นเหตุและผลในสิ่งที่ค้นพบจากการลงมือปฏิบัติและการแสวงหาความรู้เกิดความตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของตนเองและผู้อื่นมีความรอบคอบในการตัดสินใจเลือกนำมาปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม 

         2.2.3 การสร้างภูมิคุ้มกันหมายถึงการเตรียมวางแผนในการจัดกิจกรรมที่คำนึงถึงความพร้อมโดยไม่ประมาทและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงจากความเสี่ยงและการปฏิบัติตนที่เกี่ยวกับการป้องกันดูแลตนเองไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนหรือเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม

         2.2.4 เงื่อนไขความรู้หมายถึงการฝึกฝนตนเองของครูในการแสวงหาความรู้เพื่อให้สามารถนำมาถ่ายทอดในการจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับเด็กตามความเหมาะสมของวัยด้วยรูปแบบการจัดกิดเมื่อวาน ได้แก่ การบันทึกและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

         2.2.5 เงื่อนไขคุณธรรมหมายถึงพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการรู้จักช่วยเหลือและแบ่งปันให้กับผู้อื่นมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองโดยไม่นำสิ่งของที่เป็นของผู้อื่นมาเป็นของตนรู้จักเลือกปฏิบัติในสิ่งที่ดีและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนมีความอดทนและเพียรพยายามในการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

          ภายใต้กรอบแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนำมาจัดกิจกรรมในขั้นการสอนจึงเป็นการหลอมรวมทั้ง 3 หลักการ 2 เงื่อนไขร่วมกับการดำเนินกิจกรรมที่ให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงทั้งในและนอกสถานที่ผ่านการสำรวจทดลองการตั้งประเด็นคำถามและนำมาพูดคุยสนทนาร่วมกันเพื่อฝึกฝนทักษะการจำแนกประเภททักษะการสื่อความหมายและทักษะการลงความเห็น 

         2.3 ขั้นสรุป เป็นการสนทนาร่วมกันระหว่างเด็กและครูหลังจากที่ทำกิจกรรมจบลงโดยให้เด็กสรุปเป็นแนวคิดในเรื่องที่เรียนรู้ด้วยตนเองหรือสรุปเป็นกลุ่มร่วมกันทั้งชั้นและครูได้อธิบายข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดประสบการณ์ให้กับเด็กได้เกิดความตระหนักถึงสาระการเรียนรู้ภายใต้กรอบแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทั้ง 3 หลักการ 2 เงื่อนไขที่พัฒนาทักษะการจำแนกประเภททักษะการสื่อความหมายและทักษะการลงความเห็น 

หลักในการจัดกิจกรรม

          เป็นการวางแผนแนวทางในการดำเนินกิจกรรมเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนี้

        1.กิจกรรมนี้จัดในช่วงเวลากิจกรรมเสริมประสบการณ์ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจัดสัปดาห์ละ 3 วัน ได้แก่ วันอังคารวันพุธและวันพฤหัสบดี 

        2. รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของเด็กปฐมวัยโดยเน้นให้เด็กเป็นผู้ที่ลงมือปฏิบัติกิจกรรมที่หลากหลายด้วยการสังเกตทดลองสำรวจทัศนศึกษาการสนทนาซักถามและแสดงความคิดเห็นการอภิปรายในเรื่องที่สนใจในระหว่างการจัดกิจกรรมครูเป็นผู้ที่คอยอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือพร้อมทั้งกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจในกิจกรรมและดูแลความปลอดภัยของเด็กอย่างใกล้ชิด

         3. การปฏิบัติกิจกรรมดำเนินการตามลำดับดังนี้

         ขั้นนำ เตรียมเด็กให้พร้อมโดยการปฏิบัติกิจกรรม 3-5 นาทีเช่นการสนทนาจากภาพหรือกิจกรรมที่สอดคล้องกับสาระที่เรียน

         ขั้นสอน ครูดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้กรอบแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองมีวิธีการเรียนที่หลากหลายเพื่อฝึกฝนทักษะการคิดและการค้นหาคำตอบการแสดงออกตามความสามารถพร้อมกับการนำเสนอผลงานของตนเองและเป็นการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ 3 ทักษะคือทักษะการจำแนกประเภททักษะการสื่อความหมายทักษะการลงความเห็น

          ขั้นสรุป เด็กและครูร่วมกันสรุปสาระในเรื่องที่เรียนด้วยกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ การตอบคำถามและการนำเสนอผลงานตามเนื้อหาที่เรียน

         บทบาทเด็ก

การปฏิบัติตนในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของเด็กมีดังต่อไปนี้ 

1. ปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับเพื่อนและครูด้วยการฝึกฝนทักษะการคิดและแสวงหาคำตอบด้วยวิธีการที่หลากหลายในขณะการจัดกิจกรรม

2. นำเสนอผลงาน 

3. ประเมินการเรียนรู้ร่วมกับครู 

        บทบาทครู

การจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผู้วิจัยดำเนินการปฏิบัติดังนี้ 

1. ศึกษาแผนการจัดประสบการณ์ให้เข้าใจอย่างชัดเจนก่อนลงมือปฏิบัติ 

2. จัดเตรียมสื่ออุปกรณ์ประกอบกิจกรรมให้พร้อมกรณีจัดกิจกรรมนอกชั้นเรียนครูควรสำรวจและเตรียมสภาพแวดล้อมที่ให้พร้อม 

3. เริ่มกิจกรรมตรงเวลาและจบตรงเวลาที่กำหนดในแผนการสอนยกเว้นในกรณีที่เด็กยังมีความสนใจในกิจกรรมก็สามารถยืดหยุ่นเวลาได้ 

4. เตรียมความพร้อมของเด็กด้วยกิจกรรมที่ครูเลือกเพื่อนำเข้าสู่บทเรียน 

5. ดำเนินกิจกรรมตามแผนการจัดประสบการณ์ขณะดำเนินกิจกรรมครูควรกระตุ้นให้เด็กคิดและลงมือกระทำกิจกรรมด้วยตนเองรวมถึงให้แรงเสริมและสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้อย่างเป็นกันเองหลีกเลี่ยงการกระทำและคำพูดที่ทำให้เด็กคับข้องใจหรืออับอายและตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 

6. สนับสนุนและช่วยเหลือเพื่อให้เด็กค้นพบการเรียนรู้ด้วยตนเองและสร้างแรงจูงใจให้เกิดความสนใจในระหว่างดำเนินกิจกรรม

ตัวอย่าง



Teaching Examples

 

สรุปตัวอย่างการสอน
วีดิทัศน์ สาระความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี 
สอนโดย:คุณครูปราณี ศรีรักแก้ว 
โรงเรียนอนุบาลเมืองอทัยธานี จ.อุทัยธานี
เทคนิคการสอนปฐมวัย เรื่องดินน้ำมันลอยน้ำได้อย่างไร
เวลา 15 นาที ปีที่ผลิต 2556 
ผลิตโดยสาขา เทคโนโลยีทางการศึกษาสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ
อ้างอิง : https://youtu.be/ORP1E0RP3II
      การจัดห้องเรียนโดยเน้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เด็กมีกระบวนการพื้นฐานการสังเกต คิดวิเคราะห์ เด็กจะรู้กระบวนการนี้ได้อย่างไร ก็คือ สร้างความสนใจให้แก่เด็ก ทำยังไงให้เด็กสนใจ เริ่มจาก วันนี้ครูจะพาเด็กเดินดูหรือสำรวจสิ่งที่นำมาลอยน้ำได้หรือจำแนกสิ่งของ ก็ไปเก็บขึ้นมา ปรากฎว่าเด็กทดลองดู แล้วมีเด็กคนนึงในห้อง หยิบดินน้ำมันขึ้นมา แล้วเขาก็เอาไปทดลองในน้ำ ผลปรากฏว่าดินน้ำมันของเขาจมน้ำ เด็กก็เลยบอกครูว่า จะต้องทำยังไงให้ดอนน้ำมันลอยน้ำได้ ครูก็บอก เด็กๆอยากรู้ใช่ไหมคะ งั้นจะต้องมาเรียนรู้โดยการทดลองดู ขั้นที่ 1 สืบเสาะหาความรู้จากกระบวนการนี้ โดยการปั้นดินน้ำมันเป็นรูปต่างๆ เช่น สี่เหลี่ยมผืนผ้า,สี่เหลี่ยมจัตุรัส,วงกลม และสามเหลี่ยม ในจำนวนก็ต้องมีคณิตศาสตร์ ครูจะต้องเตรียมไว้ และออกแบบการสังเกตสี และเด็กจะสำรวจอย่างไรในระบบการคิดและออกแบบแผนภูมิทำเป็นตาราง ทำสีที่เป็นรูปร่างต่างๆ และขั้นตอนสรุป จากการที่เด็กได้สำรวจว่าดอนน้ำมันรูปสี่เหลี่ยมมีกี่ก้อน และรูปร่างต่างๆ มีกี่ก้อน และเด็กก็จะได้สังเกตทั้งสี รูปร่าง รูปทรง ลักษณะ และจำนวนที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์*สุดท้าย การที่ดินน้ำมันจะลอยได้นั้น เด็กก็ได้เรียนรู้ว่าต้องปั้นเป็นถ้วย แล้วเอาไปวางใส่น้ำ ดินน้ำมันก็จะลอยได้




The experiment

Air resistance experiment การทดลอง อากาศมีแรงต้าน อุปกรณ์ 1.แล็ปท็อป 3 เครื่อง 2.ฟิวเจอร์บอร์ด 3.ถุงแกง 4.ยาง วิธีทดลอง นำอากาศเข้าไปโดยการเ...